“สุพรีม ดิสทิบิวชั่น” หรือ SUPREME กางแผนปี 68 ตั้งเป้าโตไม่น้อยกว่า 15% ตั้งเป้ารายได้ 1,700 ล้านบาท ส่วนกำไรราว 180-200 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากระบวนการ M&A คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ฟาก “ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล” ซีอีโอ ชี้ธุรกิจไอทีอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นต่อเนื่อง ตั้งเป้านำธุรกิจติดกลุ่มท็อปภายในปี 2570
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPREME เปิดเผยถึงเป้าหมายการดำเนินงานปี 2568 ว่า บริษัทยังคงยึดตามเป้าหมายการเติบโตเดิมที่ต้องการเติบโตปีละไม่น้อยกว่า 15% โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 1,700 ล้านบาท ขณะที่กำไรวางไว้ที่ 180-200 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าหลักเป็นลูกค้าภาครัฐที่ให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยี และมีงบประมาณสนับสนุนด้านไอที โดยเฉพาะในด้านการศึกษา
ขณะเดียวกันบริษัทมีการขยายงานไปยังหน่วยงานอื่น อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการคลัง ธนาคารภาครัฐ หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ด้านความมั่นคง ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่อง AI
นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีนี้มีโครงการเมกกะโปรเจคมูลค่าระดับพันล้านบาทที่บริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมประมูล คาดว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1-2 นี้ โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในเป้าหมายหลัก ซึ่งหากบริษัทมีโอกาสชนะการแข่งขันก็จะส่งผลให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นด้วย
“ปีที่ผ่านมา เราเจาะกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วเราก็มีงานในหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ด้วย ซึ่งในปีนี้เราจะมีการขยายงานส่วนนี้เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนกระทรวงศึกษาธิการจาก 50-60% ในปีที่ผ่านมา อาจจะเหลือแค่เพียง 40% ในปีนี้ โดยมีงานจากหน่วยงานธนาคารภาครัฐ และกระทรวงการคลัง เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีการเข้าไปขยายงานในเรื่องของ Public Safety ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเป็นเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนโดยใช้ไอที” นายภานุวัฒน์ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินกระบวนการ M&A ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งในการระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น นายภานุวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ เบื้องต้นเล็งไว้ 2 แห่ง ในกลุ่มเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท โดยเป็นบริษัทที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจของบริษัท และมีโปรดักส์เป็นของตัวเอง รวมถึงมีกลุ่มลูกค้าที่นอกเหนือไปจากกลุ่มลูกค้าของบริษัท โดยจะมีทั้งลูกค้าที่เป็นทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล เบื้องต้นคาดว่า จะได้ข้อสรุป 1 แห่ง ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เบื้องต้นหากการดำเนินการแล้วเสร็จคาดว่า จะทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น 20-25%
ขณะเดียวกันในปีนี้ บริษัทยังมีแผนจะขยายศูนย์บริการ จากเดิมที่อยู่ 3 แห่งทั่วประเทศ คือ สงขลา เชียงใหม่ และนครสวรรค์ โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มศูนย์บริการในพื้นที่ภาคอีสาน
นายภานุวัฒน์ กล่าวว่า ธุรกิจไอทีตลาดจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันมันเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน ไปจนถึงเข้านอน และเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การดำเนินงานต่างๆ ล้วนแต่ใช้ไอทีเป็นปัจจัยสำคัญ จนกลายเป็นปัจจัยที่ 6 ไปแล้ว ซึ่งภาครัฐเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องไอที งบประมาณต่างๆ ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของ SUPREME เราดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 32 แล้ว เราเห็นการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าหมายที่จะทำรายได้ 5,000 ล้านบาทต่อปี ให้ได้ภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2570 ซึ่งจะทำให้บริษัทขึ้นอยู่ติดอันดับท็อป หรืออยู่บนยอดของบริษัทในกลุ่มธุรกิจไอทีอย่างแน่นอน