Economies

KTAM คัด 5 กอง Passive ทั้งหุ้นทั่วโลก หุ้นยุโรป และหุ้นสหรัฐฯ เริ่ม IPO 2 – 9 เม.ย. นี้  กระจายเสี่ยง พร้อมสร้างโอกาสลงทุนระยะยาว
2 เม.ย 2568

KTAM คัด 5 กอง Passive ทั้งหุ้นทั่วโลก หุ้นยุโรป และหุ้นสหรัฐฯ IPO พร้อมกัน 2 – 9 เม.ย. นี้  กระจายความเสี่ยง พร้อมสร้างโอกาสการลงทุนระยะยาว

 

 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า กองทุนรวม Passive Fund คือ กองทุนรวมที่มีการลงทุนแบบอ้างอิงดัชนี มีกลยุทธ์การบริหารเชิงรับ ซึ่งกองทุนประเภทนี้นอกจากจะสร้างโอกาสการลงทุนระยะยาวแล้ว ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงได้ดีเพราะมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ตามดัชนีอ้างอิง และยังมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำกว่ากองทุนรวมประเภท Active Fund ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขายกลุ่มกองทุน Passive Fund พร้อมกัน 5 กองทุน ทั้งที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) หุ้นยุโรป และหุ้นสหรัฐฯ เพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 2 – 9 เม.ย. 68 นี้ ด้วยเงินลิงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท

 

สำหรับ 5 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม World Quality Factor Equity Passive (KT-WQUALITY) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน iShares Edge MSCI World Quality Factor UCITS ETF (กองทุนรวมหลัก) โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) เป็นหลัก เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี MSCI World Sector Neutral Quality Index

 

กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นยุโรป 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม EURO 50 (KT-EURO50) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF โดยกองทุนหลักเน้นการลงทุนในบริษัท Blue-chip ขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศยูโรโซน จำนวน 50 บริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี EURO STOXX 50 ด้วยเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในประเทศต่างๆ ในยุโรป กองทุนนี้จึงช่วยให้เข้าถึงการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในตลาดยุโรป ซึ่งมีความหลากหลายและการกระจายความเสี่ยงที่ดี

 

และกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ อีก 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดเคแทม US 500 (KT-US500) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF โดยกองทุนหลักเน้นการลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวน 500 บริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี S&P500 กองทุนเปิดเคแทม NASDAQ 100 (KT-NASDAQ) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน Invesco NASDAQ 100 ETF โดยกองทุนหลักเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 100 บริษัท ในตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐฯ (ไม่รวมหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน) และกองทุนเปิดเคแทม US Small Cap Equity Passive (KT-USSM) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน Vanguard Small-Cap ETF โดยกองทุนหลักเน้นกระจายการลงทุนในบริษัทขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี CRSP US Small Cap Index ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักของหุ้นดังกล่าวในดัชนีอ้างอิง

 

“Passive Fund เป็นการลงทุนตามดัชนีอ้างอิง นอกจากนี้ กองทุนประเภทนี้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงตลาด โดยไม่ต้องกังวลว่าเลือกลงทุนผิดตัว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารหรือวิเคราะห์การลงทุนด้วยตนเอง รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาว ดังนั้น การลงทุนในกองทุน Passive เหล่านี้ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเติบโตในหลายๆ ภูมิภาค และมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนเชิงรุก ซึ่งเหมาะกับการลงทุนระยะยาว” นางชวินดา กล่าว

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

 

ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ: ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com