Market

InnovestX ชี้ทั่วโลกลุ้นระทึก! จับตามาตรการภาษีทรัมป์
2 เม.ย 2568

แนวโน้มตลาดวันนี้ (2 เม.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งในกรอบ อาจมีการย่อตัวจากแรงขายลดความเสี่ยง นลท. ชะลอลงทุนรอความชัดเจนมาตรการภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะประกาศ 2 เม.ย. (ตรงกับ 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย) ซึ่งต้องจับตาว่าจะเป็นประเทศใดและเป็นอุตสาหกรรมใด ประเมินแนวรับที่ 1160 - 1155 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1175 - 1180 จุด

 

ประเด็นสำคัญ

• คืนนี้ติดตาม ปธน.ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (เวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย) และ WSJ รายงานว่า ปธน. ทรัมป์อาจเรียกเก็บภาษี 20% ต่อสินค้าส่วนใหญ่ที่มีการนำเข้าสู่สหรัฐฯ

 

• IMF เตือนความไม่แน่นอนจากการขู่เก็บภาษีนำเข้าโดย ปธน. ทรัมป์ เสี่ยงฉุดการเติบโตเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนที่อนแอลง และหลายประเทศยังขาดศักยภาพรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจเพิ่ม หลังเผชิญโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

• ตัวเลขเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ของสหรัฐฯ ก.พ. ลดลงสู่ 7.57 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาด ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตสหรัฐฯ โดย ISM ใน มี.ค. ลดลงสู่ 49.0 ต่ำกว่าตลาดคาด

 

• คลังเตรียมออกมาตรการเยียวยาและกระตุ้นภาคอสังหาเพื่อเรียกความเชื่อมั่น เบื้องต้นจะพิจารณามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ขณะที่รัฐบาลจะเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้านวิศวกรรมว่าอาคารสูงถูกออกแบบมาเพื่อรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้

 

• ครม. มีมติลดค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. 68 สู่ 3.99 บาท/หน่วย มอบหมาย กฟผ. และ กกพ. ร่วมกันหาแนวทางปรับสัญญารับซื้อไฟฟ้า Adder/Fit, ปรับค่า AP และ EP ของโรงไฟฟ้า IPP ภายใน 45 วัน และปรับโครงสร้างราคา Pool Gas ให้ลดลงก่อนงวด ก.ย. - ธ.ค. 68

 

• ธปท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจในภาคการผลิต มี.ค. ปรับดีขึ้น หนุนจากภาคการผลิตที่เกี่ยวกับส่งออก ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคที่ไม่ใช่การผลิตปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าประเมินไว้

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน อาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้า หาก ปธน. ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีต่อเนื่องและมีการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าคาดจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก และกดดันทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทำนิวโลว์ อย่างไรดีหาก SET ปรับตัวลงไปในช่วง 1,100-1,130 จุด จะเป็นโอกาสลงทุน เนื่องจากมี Downside จำกัด ขณะที่พิจารณาเศรษฐกิจของจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งภาคการผลิตและบริการจากความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษี แต่มองจะไม่แย่อย่างที่ตลาดกังวล ด้านเงินเฟ้อไทย มี.ค. น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. มากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”  

 

Daily top picks

‎CPF : มองเป็นหุ้น Undervalued หลังปัจจุบันซื้อขาย PER และ PBV 68F ที่ 8.3 และ 0.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่า -1SD ขณะที่ 1Q68 คาดกำไรปกติจะดีขึ้น YoY และ ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น QoQ แรงหนุนจากราคาสุกรในไทยและเวียดนามที่ยังแข็งแกร่ง ท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งคาดได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

 

ADVANC : มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งกำไรเติบโตได้ต่อเนื่อง โดย 1Q68 คาดกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง YoY (จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยว) และ QoQ (จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง) หนุนให้ปี 2568 คาดมีกำไร 38.5 พันลบ. เติบโต 10.5%YoY อีกทั้งมองมีโอกาสเพิ่มกำไรจากการประมูลใบอนุญาตที่กำลังจะมาถึง  

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com