Market

InnovestX คาด SET แกว่งตัวรอทางเลือก รอปัจจัยใหม่
26 มี.ค. 2568

แนวโน้มตลาดวันนี้ (26 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งในกรอบ อาจฟื้นตัวได้บ้างแต่กรอบบนจำกัด นักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่ๆ รวมทั้งความชัดเจนมาตรการภาษีตอบโต้ของ ปธน. ทรัมป์ ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้ช่วงเช้าติดตามการลงมติอภิปรายนายกฯ ทำให้คาดมูลค่าการซื้อขายยังคงไม่หนาแน่น ประเมินแนวรับที่ 1180 - 1170 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1190 - 1200 จุด

 

ประเด็นสำคัญ

• Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ มี.ค. ลดลงสู่ 92.9 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดและต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2564 กระทบจากความกังวลนโยบาย ปธน. ทรัมป์อาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

• ส.อ.ท. เผยยอดส่งออกรถยนต์ ก.พ. หดตัว 8.3%YoY จากการถูกแย่งตลาดโดย EV และความระมัดระวังกำแพงภาษี ส่วนยอดผลิตลดลง 13.62%YoY ตามการส่งออกและยอดขายกระบะในประเทศ

 

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ก่อนลดลง 7.4%WoW สู่ 583,370 คน จากการลดลงของตลาดหลักและนอกฤดูกาลของตลาดระยะไกล ส่วนจำนวนสะสมปี 2568 ที่ 8,885,747 คน เพิ่มขึ้น 2.9%YoY

 

• สศช. เผยหลังหารือกับเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ยินดีที่จะสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD และพร้อมทำงานร่วมกันกับไทยในทุกๆ ด้านเพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

• PBOC อัดฉีดเงิน 4.5 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินผ่านโครงการเงินกู้ MLF ระยะ 1 ปี เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบธนาคาร ทำให้เกิดการอัดฉีดสภาพคล่องสุทธิ 6.3 หมื่นล้านหยวน

 

• ก.ล.ต. เห็นชอบหลักการปรับปรุงเกณฑ์ให้ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถให้บริการ Tokenised Carbon Credit, Renewable Energy Certificate (REC) และ Carbon Allowance ส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลางซื้อขาย Carbon Credit โดยจะเปิดเฮียริงต่อไป

 

• มหกรรมบ้าน-คอนโด ครั้งที่ 47 มียอดจองทำนิวไฮเกิน 1.2 หมื่นลบ. โดย 'AP-SIRI-ORI-ASW-ANAN' ติดท็อป 5 สูงสุด อานิสงส์ปลดล็อก LTV นโยบายกระตุ้นจากภาครัฐ และโปรโมชั่นพิเศษ

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อหลังรับรู้ปัจจัยลบไปมากแล้วจนทำให้ดัชนีปรับตัวลง 15%YTD แย่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งนี้มองว่าตัวเลขเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจะส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย ท่าทีของธนาคารกลางทั่วโลกออกไปในทิศทาง Dovish มากขึ้น ซึ่งคาดจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนี PMI ภาคการผลิตของงสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะที่ในประเทศมีปัจจัยต้องติดตามเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24-26 มี.ค. ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy

 

Daily top picks

‎BBL: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายกองทุน ThaiESGX มี SETESG Rating ระดับ AAA  ขณะที่ยังเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากมี Valuation ถูกที่สุด ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำที่สุด และสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตสูงที่สุด อีกทั้งยังจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 6.50 บาท (XD 23 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 4.3%  

 

HMPRO: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 800 ล้านหุ้น (6% ของหุ้นรวม) ในวงเงินไม่เกิน 7 พันลบ. ในวันที่ 1 เม.ย. - 30 ก.ย. นี้ และมอง Valuation น่าสนใจ โดยซื้อขาย PER 2568F ที่ 15 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ที่ 17 เท่า และยังมี Div. yield ปี 2568 สูงสุดในกลุ่มที่ 5% ทั้งนี้แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรวันนี้ราคาไม่เกิน 8 บาท

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com