แนวโน้มตลาดวันนี้ (25 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งในกรอบ นักลงทุนยังรอความชัดเจนมาตรการภาษีตอบโต้ของ ปธน. ทรัมป์ ที่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น น่าจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่หากมูลค่าซิ้อขายยังคงเบาบางอยู่อาจทำให้ดัชนีปรับขึ้นจำกัด ประเมินแนวรับที่ 1180 - 1175 จุด
ประเด็นสำคัญ
• กบน. ประกาศลดราคาเบนซินและดีเซลรวม 1 บาท/ลิตร โดยลดราคาขายผ่านการลดการเก็บเงินสมทบ 50 สต./ลิตร ในวันที่ 28 มี.ค. และ 4 เม.ย. 2568 เป็นของขวัญก่อนเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องดีขึ้น เก็บเงินได้เฉลี่ยเดือนละ 8 พันลบ./เดือน
• สนพ. คาดความต้องการพลังงานไทยปี 2568 จะเติบโตราว 2.9% จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวแห่เดินทางเข้าประเทศ พร้อมคาดกรอบราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ในกรอบ 75-85 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
• สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขึ้นทุกภูมิภาค 2-4 บาท/ก.ก. สู่ 86-88 บาท/ก.ก. เป็นการปรับตามกลไกตลาด เนื่องจากความต้องการอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผลผลิตลดลง
• สนข. ได้จัดทำร่างพ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งดำเนินการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายระหว่างวันที่ 21 มี.ค. – 20 เม.ย. 2568
• ปธน. ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่าประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซฯ จากเวเนซุเอลา จะถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากร 25% จากสินค้าทุกรายการที่มีการนำเข้าสู่สหรัฐฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.
• BoJ กล่าวต่อรัฐสภาและส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อ หากเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับใกล้เป้าหมาย 2% แม้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อพอร์ทการลงทุนของ BoJ
• Ant Group ในเครือ Alibaba เผยว่าใช้ได้ชิปจาก Huawei พัฒนา AI และช่วยลดต้นทุนได้สูงถึง 20% และอ้างว่าให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับชิป H800 ของ Nvidia
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อหลังรับรู้ปัจจัยลบไปมากแล้วจนทำให้ดัชนีปรับตัวลง 15%YTD แย่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งนี้มองว่าตัวเลขเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจะส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย ท่าทีของธนาคารกลางทั่วโลกออกไปในทิศทาง Dovish มากขึ้น ซึ่งคาดจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนี PMI ภาคการผลิตของงสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะที่ในประเทศมีปัจจัยต้องติดตามเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24-26 มี.ค. ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
CPALL: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายกองทุน ThaiESGX เนื่องจากมี SET ESG Ratings ระดับ AAA กำไร 1Q68 คาดเติบโต YoY หนุนจาก SSS และมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนกำไรปี 2568 จะเติบโตดีเป็นอันดับสองในกลุ่มพาณิชย์ที่ 16% โดย 11% จะมาจากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้นจากธุรกิจ CVS และ 5% มาจาก CPAXT
PTTEP: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นหลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านรอบใหม่และมีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ปี 2568 แม้คาดกำไรจะอ่อนแอลง YoY แต่มีงบดุลที่แข็งแกร่ง (มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนน้อยกว่า 0.3 เท่า) วันนี้แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรราคาไม่เกิน 118 บาท
ส่วนแนวต้าน อยู่ที่ 1200 - 1205จุด